วันอาทิตย์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2563

หลักฐานธรรมกาย ในคัมภีร์ คัณฑวยูหสูตร

SHARE

หลักฐานธรรมกาย ในคัมภีร์ คัณฑวยูหสูตร
                   ธรรมทรรศน์ รวบรวม

คัณฑวยูหสูตร เป็นพระสูตรที่แต่งขึ้นในช่วงปีพ.ศ. 800-900 ด้วยภาษาสันสกฤต อักษรเทวนาครี ผู้แต่งเป็นพระภิกษุผู้เป็นนักปราชญ์ในสมัยราชวงศ์อิกษวากุแห่งนาคารชุนโกณฑะ (Nagarajunakonda) อนึ่งคัณฑวยูหสูตร ถือเป็นหัวใจของอวตังสกสูตร บรรยายจาริกธรรมของสุธนไปยังดินแดนต่างๆ ตามคำแนะนำของพระมัญชุศรีโพธิสัตว์พบพานผู้รู้และผู้ชี้แนะมากมาย เป็นการแสวงหาธรรมภายใน โดยมีกัลยาณมิตรทั้ง 53 คน คอยชี้ทาง ให้ความกระจ่าง กระทั่งเกิดดวงตาเห็นธรรม และรู้แจ้งในหลักการอันลึกซึ้งแต่ไม่ลี้ลับจากพระสมันตภัทรโพธิสัตว์ นับเป็นการสิ้นสุดการจาริกยาวไกล
คัณฑวยูหสูตร มีเนื้อหาโดดเด่นเกี่ยวกับแนวคิดเรื่องธรรมธาตุ ธรรมกาย รูปกาย และกัลยาณมิตร พระสูตรกล่าวว่า เป้าหมายสูงสุดของชาวพุทธคือการบรรลุธรรมธาตุคือธรรมกาย อันเป็นสภาวะประเสริฐที่สุด หมดจด ปราศจากกิเลส เมื่อเข้าถึงแล้วทำให้ผู้เข้าถึงมีความบริสุทธิ์

ธรรมกาย 16 แห่ง

1.โพธิสตฺตฺวธรฺมกายปริศุทฺธิํ  bodhisattvadharmakāyapariśuddhiṃ ธรรมกายอันบริสุทธิ์ของพระโพธิสัตว์

โพธิสตฺตฺวตถาคตปูชํา โพธิสตฺตฺววฺยากรณํ โพธิสตฺตฺววิปากํ โพธิสตฺตฺวปรากฺรมํ โพธิสตฺตฺวธรฺมกายปริศุทฺธิํ โพธิสตฺตฺวชฺญานกายปริปูริํ โพธิสตฺตฺวปฺรณิธิกายวิชฺญปฺติํ โพธิสตฺตฺวรูปกายปรินิษฺปตฺติํ โพธิสตฺตฺวลกฺษณสํปตฺปริศุทฺธิํ โพธิสตฺตฺวานนฺตพลปฺรภามณฺฑลวฺยูหํ โพธิสตฺตฺวรศฺมิชาลปฺรมุญฺจนํ โพธิสตฺตฺวนิรฺมิตเมฆาวสฤชนํ โพธิสตฺตฺวทิคฺชาลสฺผรณํ โพธิสตฺตฺวจรฺยามณฺฑลวิกุรฺวิตมทฺรากฺษุะฯ
bodhisattvatathāgatapūjā bodhisattvavyākaraa bodhisattvavipāka bodhisattvaparākrama bodhisattvadharmakāyapariśuddhi bodhisattvajñānakāyaparipūri bodhisattvapraidhikāyavijñapti bodhisattvarūpakāyaparinipatti bodhisattvalakaasapatpariśuddhi bodhisattvānantabalaprabhāmaṇḍalavyūha bodhisattvaraśmijālapramuñcana bodhisattvanirmitameghāvasjana bodhisattvadigjālaspharaa bodhisattvacaryāmaṇḍalavikurvitamadrāku

बोधिसत्त्वतथागतपूजां बोधिसत्त्वव्याकरणं बोधिसत्त्वविपाकं बोधिसत्त्वपराक्रमं बोधिसत्त्वधर्मकायपरिशुद्धिं बोधिसत्त्वज्ञानकायपरिपूरिं बोधिसत्त्वप्रणिधिकायविज्ञप्तिं बोधिसत्त्वरूपकायपरिनिष्पत्तिं बोधिसत्त्वलक्षणसंपत्परिशुद्धिं बोधिसत्त्वानन्तबलप्रभामण्डलव्यूहं बोधिसत्त्वरश्मिजालप्रमुञ्चनं बोधिसत्त्वनिर्मितमेघावसृजनं बोधिसत्त्वदिग्जालस्फरणं बोधिसत्त्वचर्यामण्डलविकुर्वितमद्राक्षुः।

ไม่เห็นการบูชาพระตถาคตของพระโพธิสัตว์ ไม่เห็นโพธิสัตว์พยากรณ์ ไม่เห็นโพธิสัตว์วิบาก ไม่เห็นกำลังของพระโพธิสัตว์ ไม่เห็นความหมดจดของธรรมกายของพระโพธิสัตว์ ไม่เห็นความบริบูรณ์ของญาณกายของพระโพธิสัตว์ ไม่เห็นความโดดเด่นแห่งโพธิสัตว์ประณิธิกาย ไม่เห็นรูปกายของพระโพธิสัตว์ที่สมบูรณ์(ด้วยลักษณะและพยัญชนะ) ไม่เห็นความบริสุทธิ์แห่งลักษณะสมบัติของพระโพธิสัตว์ ไม่เห็นมณฑลของรัศมีของโพธิสัตว์พละที่ส่องสว่างไปกว้างขวางหาที่สุดไม่ได้ ไม่เห็นการเปล่งรัศมีชาลาของพระโพธิสัตว์ ไม่เห็นของพระโพธิสัตว์กายที่เกิดขึ้นจำนวนมาก ไม่เห็นรัศมีชาลาของพระโพธิสัตว์ที่แผ่ขยายไปในทิศ ไม่เห็นขอบเขตมณฑลของพระโพธิสัตว์จรรยา(ที่ปรากฏอยู่ทุกที่)||

The Bodhisattva's worship of the Tathagata was not seen. Didn't see the Bodhisattva prophecy. Didn't see the bodhisattva motopaka Can't see the power of the Bodhisattva Not seeing the purity of the Bodhisattva's Dhammakaya did not see the fullness of the Bodhisattva's physical knowledge I do not see the distinctiveness of Bodhisattva Pranithikaya. Not seeing the Bodhisattva's perfect physical form (with characteristics and consonants), not seeing the purity of the Bodhisatta's characteristics and properties. I cannot see the region of the Bodhisattva's radiant energy that shines infinitely wide. The Bodhisattva's radiance was not seen. Didn't see many bodhisattva bodies arising. The Bodhisattva's radiance was not seen spreading in all directions. Can't see the boundaries of Bodhisattva Caryaya (that appears everywhere)||


2.เกจิทฺธรฺมกายมวตรนฺติ  keciddharmakāyamavataranti หยั่งลงสู่ธรรมกาย
keciddharmakāyamavataranti, kecidrūpakāyam, kecitpūrvaṃ bodhisattvasamudāgamam, kecit pāramitāparipūrim, keciccaryāmaṇḍalaviśuddhivyūham, kecidbodhisattvabhūmivikurvitam, kecidabhisaṃbodhivikurvitam, kicidbuddhavihārasamādhyasaṃbhedavikurvitam, kecittathāgatabalavaiśāradyajñānam, kecidbuddhapratisaṃvitsāgaramavataranti

เกจิทฺธรฺมกายมวตรนฺติ, เกจิทฺรูปกายมฺ, เกจิตฺปูรฺวํ โพธิสตฺตฺวสมุทาคมมฺ, เกจิตฺ ปารมิตาปริปูริมฺ, เกจิจฺจรฺยามณฺฑลวิศุทฺธิวฺยูหมฺ, เกจิทฺโพธิสตฺตฺวภูมิวิกุรฺวิตมฺ, เกจิทภิสํโพธิวิกุรฺวิตมฺ, กิจิทฺพุทฺธวิหารสมาธฺยสํเภทวิกุรฺวิตมฺ, เกจิตฺตถาคตพลไวศารทฺยชฺญานมฺ, เกจิทฺพุทฺธปฺรติสํวิตฺสาครมวตรนฺติฯ

พระโพธิสัตว์บางเหล่าได้เข้าถึงธรรมกาย บางเหล่าเข้าถึงรูปกาย บางเหล่าเข้าถึงความเป็นพระโพธิสัตว์ในกาลก่อน บางเหล่ามีปารมิตาเต็มเปี่ยมบริบูรณ์ พระโพธิสัตว์บางเหล่าเข้าถึงจรรยาอันหมดจด พระโพธิสัตว์บางเหล่าได้ปาฏิหาริย์ของโพธิสัตว์ภูมิ พระโพธิสัตว์ได้ปาฏิหาริย์แห่งอภิสัมโพธิ บางเหล่าได้ปาฏิหาริย์ของพุทธสมาธิวิหาร บางเหล่าได้บรรลุพุทธไวศารัทยกรณธรรม พระโพธิสัตว์บางเหล่าได้เข้าสู่สาครพุทธปฏิสัมภิทา|

Some Bodhisattas have attained Dhammakaya. Some of them reach physical form. Some of them attained Bodhisattva status in the past. Some of them have full and complete paramita. Some bodhisattvas attain pure ethics. Some Bodhisattvas received the miracle of Bodhisattva Bhumi. The Bodhisattva received the miracle of Abhisambodhi. Some of them received the miracle of Buddha Samadhi Vihara. Some of them attained Vaisaratyakarana Dhamma. Some Bodhisattas have entered the Sāgara Buddhapatisambhiṭā.|


3.สรฺวพุทฺธธรฺมกาย sarvabuddhadharmakāya ธรรมกายของพระพุทธเจ้าทั้งหมด
atha khalu mañjuśrīḥ kumārabhūtaḥ sudhanaṃ śreṣṭhidārakamavalokya pratisaṃmodate sma, dharmaṃ cāsya deśayāmāsa-yaduta sarvabuddhadharmānārabhya sarvabuddhadharmasamudayāvāptimārabhya sarvabuddhānantatāmārabhya sarvabuddhaparaṃparāvatāramārabhya sarvabuddhaparṣanmaṇḍalaviśuddhimārabhya sarvabuddhadharmacakranirvāṇavyūhamārabhya sarvabuddharūpakāyalakṣaṇānuvyañjanaviśuddhimārabhya sarvabuddhadharmakāyapariniṣpattimārabhya sarvabuddhasarasvativyūhamārabhya sarvabuddhaprabhāmaṇḍalavyūhaviśuddhimārabhya sarvabuddhasamatāmārabhya dharmaṃ deśayāmāsa

อถ ขลุ มญฺชุศฺรีะ กุมารภูตะ สุธนํ เศฺรษฺฐิทารกมวโลกฺย ปฺรติสํโมทเต สฺม, ธรฺมํ จาสฺย เทศยามาส-ยทุต สรฺวพุทฺธธรฺมานารภฺย สรฺวพุทฺธธรฺมสมุทยาวาปฺติมารภฺย สรฺวพุทฺธานนฺตตามารภฺย สรฺวพุทฺธปรํปราวตารมารภฺย สรฺวพุทฺธปรฺษนฺมณฺฑลวิศุทฺธิมารภฺย สรฺวพุทฺธธรฺมจกฺรนิรฺวาณวฺยูหมารภฺย สรฺวพุทฺธรูปกายลกฺษณานุวฺยญฺชนวิศุทฺธิมารภฺย สรฺวพุทฺธธรฺมกายปรินิษฺปตฺติมารภฺย สรฺวพุทฺธสรสฺวติวฺยูหมารภฺย สรฺวพุทฺธปฺรภามณฺฑลวฺยูหวิศุทฺธิมารภฺย สรฺวพุทฺธสมตามารภฺย ธรฺมํ เทศยามาส๚

ครั้งนั้นพระโพธิสัตว์มัญชุศรีกุมารภูต ได้มองดูสุธนเศรษฐีบุตรแล้ว ได้ทำให้เขาเกิดความบันเทิงใจแล้วจากนั้นได้แสดงธรรมแก่เขา เริ่มต้นด้วยการกล่าวถึงพุทธธรรมทั้งหมด แสดงเหตุเกิดของพุทธธรรมและเหตุแห่งการบรรลุธรรม แสดงพระพุทธเจ้าที่มีจำนวนมากอเนกอนันต์ แสดงการเข้าถึงความสืบต่อของพระพุทธเจ้า ความผ่องแผ้วของพุทธบริษัท การประกาศพุทธธรรม และลักษณะของนิรวาน การได้รูปกายของพระพุทธเจ้าที่บริสุทธิ์บริบูรณ์ด้วยลักษณะมหาบุรุษและอนุพยัญชนะ การได้บรรลุธรรมกายของพุทธเจ้า การได้บรรลุอลังการของพุทธโฆษะ การได้รัศมีสว่างไสวของพุทธมณฑล และการบรรลุพุทธสมตา[1]||

At that time Bodhisattva Manjusri Kumarabhuta I have looked at Suthana Setthibut. He made him happy and then taught him the Dhamma. Let's start by talking about the entire Buddhadharma. Shows the origin of the Buddhadharma and the reasons for its attainment. It shows the Buddhas who are infinitely many. Showing access to the continuation of the Buddha The brilliance of the Buddhist company Declaration of Buddhism and the nature of Nirvana Obtaining the purest form of the Buddha, complete with the characteristics of a great man and anuphayana. Attaining the Dhammakaya of the Buddha Achieving the splendor of Buddhakosa Receiving the bright rays of Phutthamonthon and achieving Buddha Samatā ||



[1] สมตา คือ ความเท่าเทียมกัน ความเสมอภาคกัน ibid., p. 1150.


4. อนุตฺตรธรฺมกายวิศุทฺธเย anuttaradharmakāyaviśuddhaye ธรรมกายอันยอดเยี่ยม บริสุทธิ์

virūpakāyānāṃ sattvānāṃ tathāgatarūpakāyaviśuddhaye dharmaṃ deśayāmivisaṃsthitaśarīrāṇāṃ sattvānāmanuttaradharmakāyaviśuddhaye dharmaṃ deśayāmi

วิรูปกายานํา สตฺตฺวานํา ตถาคตรูปกายวิศุทฺธเย ธรฺมํ เทศยามิฯ วิสํสฺถิตศรีราณํา สตฺตฺวานามนุตฺตรธรฺมกายวิศุทฺธเย ธรฺมํ เทศยามิฯ

| สำหรับผู้มีกายพิกลพิการเราแสดงธรรมเพื่อให้ได้ตถาคตรูปกายที่บริสุทธิ์บริบูรณ์| สำหรับผู้มีสรีระไม่สมส่วนเราแสดงธรรมเพื่อให้ได้ธรรมกายอันยอดเยี่ยม บริสุทธิ์หมดจด|

| For people with deformed bodies, we teach the Dhamma in order to attain a completely pure Tathagata body. | For people with disproportionate physical bodies, we teach the Dhamma to obtain an excellent Dhammakaya. Pure and pure.|


5.ธรฺมกายปริศุทฺธ  dharmakāyapariśuddha ธรรมกายอันบริสุทธิ์
vairocanapraṇidhijālakulāt prasṛtā
prabhūtasarvasugataikasamucchrayācca
tvaṃ dharmakāyapariśuddha asaṅgacittā
rūpaṃ vidarśayami loki yathāśayānām21

ไวโรจนปฺรณิธิชาลกุลาตฺ ปฺรสฤตา
ปฺรภูตสรฺวสุคไตกสมุจฺฉฺรยาจฺจฯ
ตฺวํ ธรฺมกายปริศุทฺธ อสงฺคจิตฺตา
รูปํ วิทรฺศยมิ โลกิ ยถาศยานามฺ๚๒๑๚

ท่านเป็นผู้เกิดขึ้นด้วยไวโรจนประณิธาน เช่นเดียวกับพระสุคตเจ้าทุกพระองค์ ท่านมีใจเป็นธรรมกายที่ผ่องใสหมดจด อิสระไม่ติดข้อง ย่อมปรากฏให้ชาวโลกเห็นได้ตามสภาวะของอาศยะ||

You are a person who arises with determination. The same as all His Majesties. You have a mind of Dharmakaya that is completely bright. Freedom, no worries It appears for the world to see according to the condition of the Āsaya.||


6. ธรฺมกายาเภทฺยสารวตีธาตุนิรฺยาตามฺ  harmakāyābhedyasāravatīdhātuniryātām
māyāgatadharmanirmalajñānaśarīranidarśanakāyāṃ vigatatamorajodharmaśarīranidarśanakāyāṃ māyāgatadharmatānirjātakāyāṃ dharmatāprativibuddhāndhakāracittāṃ samamukhajñānālokāvabhāsapratilabdhān atyantanirjvaraniḥsaṃtāpamanaḥśarīrāṃ dharmakāyābhedyasāravatīdhātuniryātām apratiṣṭhitatathāgatādhiṣṭhānaprakṛtyasaṃkliṣṭasvabhāvanirmaladharmatāśarīraviśuddhakāyām

มายาคตธรฺมนิรฺมลชฺญานศรีรนิทรฺศนกายํา วิคตตโมรโชธรฺมศรีรนิทรฺศนกายํา มายาคตธรฺมตานิรฺชาตกายํา ธรฺมตาปฺรติวิพุทฺธานฺธการจิตฺตํา สมมุขชฺญานาโลกาวภาสปฺรติลพฺธานฺ อตฺยนฺตนิรฺชฺวรนิะสํตาปมนะศรีรํา ธรฺมกายาเภทฺยสารวตีธาตุนิรฺยาตามฺ อปฺรติษฺฐิตตถาคตาธิษฺฐานปฺรกฤตฺยสํกฺลิษฺฏสฺวภาวนิรฺมลธรฺมตาศรีรวิศุทฺธกายามฺฯ

กายของนางปรากฏให้เห็นเป็นญาณสรีระที่หมดจดบริสุทธิ์เป็นมายาธรรม กายของนางปรากฏเป็นธรรมสรีระที่บริสุทธิ์ ผ่องใส ปราศจากมลทิน กายของนางเกิดจากมายาธรรมตา ใจของนางแทงตลอดธรรมตา สว่างไสวด้วยญาณอาโลกที่ส่องสว่างไปในทิศรอบด้าน กายและใจของนางเทพธิดานั้นหลุดพ้นจากความขัดเคืองและความเดือดร้อน ราตรีเทวดานี้เกิดด้วยธรรมกายที่มีเป็นอยู่ในโลกที่ไม่มีสิ่งใดทำลายได้และเป็นธาตุจริงแท้ สรีรกายของนางบริสุทธิ์ผ่องแผ้วเพราะมีธรรมตาที่มีธรรมชาติบริสุทธิ์ เป็นธรรมชาติปราศจากกิเลส เกิดขึ้นและเป็นไปอยู่ ตั้งมั่น เกิดขึ้นจากการได้เข้าถึงตถตา[1]ที่เป็นอิสระไม่ติดข้องในสรรพธรรม(ที่เป็นโลกียะ) ||

Her body appeared as a pure and pure physical perception, an illusion of Dhamma. Her body appeared as a pure, bright, and free from blemish. Her body was born from the illusion of Dhamma. Her heart pierced throughout Dharmata. Illuminated by the knowledge of the world that shines in all directions. The goddess' body and mind were freed from irritation and suffering. This night angel was born from the Dhammakaya that exists in a world that cannot be destroyed and is the true element. Her body was pure and radiant because she had pure natural Dhamma eyes. It is natural and free from passion. It arises and continues to be established. It arises from reaching the Tathāta. that is independent, not entangled in all things (mundane) ||



[1] ความจริงสูงสุด (Reality) ความเป็นอย่างนั้น (Suchness) ความเป็นเหมือนอย่างนั้นJikido Takasakiอธิบายว่า ธรรมชาติ หรือลักษณะที่แท้จริงของสรรพธรรมคือ สุญญตา (ศูนยตา หรือ นิะสวภาวt) ได้แก่ ปฏิจจสมุปปาท เป็นธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ และทรงสั่งสอนให้ชาวพุทธเข้าถึงลักษณะความจริงแท้นี้นั่นเอง เรียกว่า อริยสัจ 4 กล่าวโดยสรุป ตถตา คือ สุญญตา หรือ ปฏิจจสมุปปาท หรือ อริยสัจ และยังมีคำที่ใช้ในความหมายเดียวกันอีก เช่น ธรรมตา ตัตตวัสยะ ลักษณะ ภูตโกฏิ สวภาวะ ประกฤติ ธาตุ ดูเพิ่มใน Jikido Takasaki, "Dharmatā dharmadhātu Dharmakāya and Buddhadhātu-Structure of the Ultimate Value in Mahāyāna Buddhism.", p.p. 918-920. และ Chandradhar Sharma, Indian Philosophy: A Critical Survey (U.S.A: Barnes&Noble, Inc., 1962)., p.p. 72-73.


7.ธรฺมกาย ปริศุทฺธ dharmakāya pariśuddha ธรรมกายอันบริสุทธิ์

dharmasvabhāvapratividdha asaṅgacittāḥ
traiyadhvikāpratimabuddhakulābhijātāḥ
ye dharmadhātunayasāgaramotaranti
ṣaṣṭhaṃ idaṃ vipula janma vidūna teṣām6
ye dharmakāya pariśuddha asaṅgacittāḥ
kṣetrāṇyaśeṣatu spharitva svakaiḥ śarīraiḥ
niḥśeṣabuddhabalatānugamapraviṣṭā
janmātha saptamamacintyamidaṃ budhānām7
ธรฺมสฺวภาวปฺรติวิทฺธ อสงฺคจิตฺตาะ
ไตฺรยธฺวิกาปฺรติมพุทฺธกุลาภิชาตาะฯ
เย ธรฺมธาตุนยสาครโมตรนฺติ
ษษฺฐํ อิทํ วิปุล ชนฺม วิทูน เตษามฺ๚๖๚
เย ธรฺมกาย ปริศุทฺธ อสงฺคจิตฺตาะ
กฺเษตฺราณฺยเศษตุ สฺผริตฺว สฺวไกะ ศรีไระฯ
นิะเศษพุทฺธพลตานุคมปฺรวิษฺฏา
ชนฺมาถ สปฺตมมจินฺตฺยมิทํ พุธานามฺ๚๗๚

ผู้มีจิตไม่ติดข้อง(ในคติภพ) (มีญาณ)แทงตลอดธรรมชาติของสรรพธรรมตามความเป็นจริง(ว่า เป็นทุกข์ ไม่คงที่ ว่างเปล่า) เป็นผู้เกิดในตระกูลของพระพุทธเจ้า เป็นผู้เข้าถึงสาครธรรมธาตุ ผู้มีปรัชญารู้แจ้งอย่างนี้ย่อมได้ชันมะที่หก||

ผู้มีธรรมกายบริสุทธิ์ผ่องแผ้ว มีใจไม่ติดข้อง(เพราะกิเลส)ย่อมเข้าถึงเกษตรทั้งสิ้นได้ด้วยสวกาย ได้บรรลุพุทธพละ ผู้มีปรัชญารู้แจ้งอย่างนี้ย่อมได้ชันมะที่เจ็ด||

A person whose mind is not stuck (in the world of knowledge) (has knowledge) that pierces the nature of all things according to reality (that they are suffering, unstable, empty) is born in the family of the Buddha. He is the one who has access to Sakhon Dhamma Dhatu. A person with this enlightened philosophy will attain the sixth chanma.||

One who has a pure and bright Dhammakaya Having a mind that is not attached (due to defilements), one can reach all fields with one's body. attained Buddhapower A person with this enlightened philosophy will attain the seventh shanma.||


8.อนุตฺตรธรฺมกายปริศุทฺธเย  anuttaradharmakāyapariśuddhaye ธรรมกายอันยอดเยี่ยม บริสุทธิ์
anānātvānuttaradharmakāyapariśuddhaye praṇidhimabhinirharanti saṃkliṣṭakāyavākcittatāṃ sattvānāṃ saṃpaśyamānāḥsarvasattvakāyavākcittālaṃkārapariśuddhaye praṇidhimabhinirharantivikalāyatanānapariśuddhacetasaḥ sarvān saṃpaśyamānāḥ sarvasattvacittacaritāni pariśodhayamānā bodhisattvacaryāṃ caranto na parikhidyanteevaṃ hi devate bodhisattvā anantamadhyāṃ bodhisattvacaryāṃ caranto'parikhinnacittāḥevaṃ caranto'laṃkārabhūtā bhavanti sadevakasya lokasya devamanuṣyasaṃpattisaṃjananatayāmātāpitṛbhūtā bhavanti bodhisattvotpādapratiṣṭhāpanatayādhātrībhūtā bhavanti bodhisattvamārgāvataraṇatayānityānubaddhasahajadevatā bhavanti durgatiprapātabhayārakṣaṇatayāmahādāśabhūtā bhavanti saṃsārasamudrottāraṇatayāśaraṇabhūtā bhavanti sarvamārakelaśabhayavinivartanatayāparāyaṇabhūtā bhavanti antaparamaśītibhāvopanayanatayātīrthabhūtā bhavanti sarvabuddhasamudrāvataraṇayāsaṃgrāhakabhūtā bhavanti dharmaratnadvīpopanayanatayā

อนานาตฺวานุตฺตรธรฺมกายปริศุทฺธเย ปฺรณิธิมภินิรฺหรนฺติ สํกฺลิษฺฏกายวากฺจิตฺตตํา สตฺตฺวานํา สํปศฺยมานาะฯ สรฺวสตฺตฺวกายวากฺจิตฺตาลํการปริศุทฺธเย ปฺรณิธิมภินิรฺหรนฺติฯ วิกลายตนานปริศุทฺธเจตสะ สรฺวานฺ สํปศฺยมานาะ สรฺวสตฺตฺวจิตฺตจริตานิ ปริโศธยมานา โพธิสตฺตฺวจรฺยํา จรนฺโต น ปริขิทฺยนฺเตฯ เอวํ หิ เทวเต โพธิสตฺตฺวา อนนฺตมธฺยํา โพธิสตฺตฺวจรฺยํา จรนฺโต'ปริขินฺนจิตฺตาะฯ เอวํ จรนฺโต'ลํการภูตา ภวนฺติ สเทวกสฺย โลกสฺย เทวมนุษฺยสํปตฺติสํชนนตยาฯ มาตาปิตฤภูตา ภวนฺติ โพธิสตฺตฺโวตฺปาทปฺรติษฺฐาปนตยาฯ ธาตฺรีภูตา ภวนฺติ โพธิสตฺตฺวมารฺคาวตรณตยาฯ นิตฺยานุพทฺธสหชเทวตา ภวนฺติ ทุรฺคติปฺรปาตภยารกฺษณตยาฯ มหาทาศภูตา ภวนฺติ สํสารสมุโทฺรตฺตารณตยาฯ ศรณภูตา ภวนฺติ สรฺวมารเกฺลศภยวินิวรฺตนตยาฯ ปรายณภูตา ภวนฺติ อนฺตปรมศีติภาโวปนยนตยาฯ ตีรฺถภูตา ภวนฺติ สรฺวพุทฺธสมุทฺราวตรณยาฯ สํคฺราหกภูตา ภวนฺติ ธรฺมรตฺนทฺวีโปปนยนตยาฯ

ย่อมตั้งปณิธานที่จะทำธรรมกายอันยอดเยี่ยม เป็นหนึ่ง(ไม่หลากหลาย)ให้บริสุทธิ์ เมื่อจะแสดงกาย วาจาใจให้ปรากฏแก่สรรพสัตว์ที่มีความเศร้าหมอง ย่อมตั้งปณิธานที่จะทำอลังการแห่งกาย วาจา ใจของสรรพสัตว์ให้ผ่องใส| เมื่อสรรพสัตว์มีอายตนะไม่หมดจดและมีใจไม่หมดจด เมื่อจะทำความเห็น(ทิฎฐิ)ของสรรพสัตว์ให้หมดจด ย่อมไม่เบื่อหน่ายในการบำเพ็ญโพธิสัตว์จรรยา|

ดูก่อนเทวดา พระโพธิสัตว์ทั้งหลายเป็นผู้มีไม่คิดเบื่อหน่ายต่อการบำเพ็ญโพธิสัตว์จรรยาอย่างนี้| เมื่อพระโพธิสัตว์บำเพ็ญอยู่อย่างนี้ย่อมเป็นความเจริญงอกงามของเทวโลกและมนุษยโลกเพราะทำให้ได้เทวสมบัติและมนุษย์สมบัติ| ย่อมเป็นมารดาบิดาเพราะให้กำเนิดความเป็นพระโพธิสัตว์| เป็นเหมือนพี่เลี้ยงเพราะเป็นผู้ประคับประคองให้สัตว์ทั้งหลายดำเนินบนเส้นทางแห่งพระโพธิสัตว์| เป็นเหมือนเทวดาที่คอยติดตามตัวอยู่ตลอดเวลาเพราะเป็นผู้อารักขาปกป้องให้พ้นจากภัยและไม่ให้ตกไปในทุคติ | เป็นเหมือนทาสผู้ซื่อสัตย์ เพราะช่วยให้ข้ามจากสมุทรแห่งสังสาร | เป็นที่พึ่ง(ของสรรพสัตว์)เพราะช่วยให้พ้นจากภัยที่เกิดจากกิเลสมารทั้งปวง | เป็นที่อาศัย เพราะนำไปสู่เป้าหมายสูงสุดคือความเป็นผู้ดับเย็น| เป็นเหมือนฝั่ง เพราะให้ข้ามขึ้นสู่ฝั่งแห่งพุทธะ| เป็นผู้ช่วยเหลือ เพราะนำไปสู่เกาะสมบัติคือ ธรรม|

He intends to do excellent Dhammakaya. Be one (not diverse) and be pure. When to show your body Speech of the heart to appear to all beings who are sad. He intends to make the body, speech, and mind of all beings bright and bright. | When all living beings have imperfect senses and imperfect minds When making the opinions (views) of sentient beings pure He will never get bored in practicing bodhisattva ethics.|

Oh gods, all Bodhisattas are those who never tire of practicing Bodhisattva ethics like this. When a Bodhisattva practices like this, it brings prosperity to the gods and mankind because it leads to the acquisition of divine and human treasures. | He becomes a mother and father because Giving birth to the status of a Bodhisattva | Being like a mentor because he is the one who supports all beings to walk on the path of the Bodhisattva | Being like an angel who is always accompanying you because he is the guardian who protects them from danger and does not let them fall into misery. | Be like a faithful slave Because it helps one to cross the ocean of samsara | It is a refuge (for sentient beings) because it frees one from dangers caused by all evil defilements | It is a refuge because it leads to the highest goal of being a cold extinguisher | It is like a shore. because to cross over to the shore of Buddha | to be a helper Because it leads to the treasure island which is Dhamma.|


9.ธรฺมกายสุนิรฺมิตวิจาราณิ dharmakāyasunirmitavicārāṇi
sarvāṇi ca tāni caturaśītistrīsahasrāṇyavaivartikānyanuttarāyāṃ samyaksaṃbodhau bodhisattvapāramitānayāvatīrṇāni sarvabodhisattvaśikṣāsu aparapraṇeyāni sarvagrahavigatacitāni sarvasaṃsārarativiratamānasāni asaṅgadharmadhātunayapariśuddhāni sarvajñatābhimukhacittavegāni sarvanivaraṇāvaraṇajālavigatāni sarvāṅgapathasamatikrāntāni dharmakāyasunirmitavicārāṇi sarvalokaparipākavinayābhimukhāni vipulapuṇyasamudrasaṃbhūtacittāni samantabhadrabodhisattvacaryāpraṇidhānaniryātāni vipulabodhisattvabalavegasaṃvardhitāni jñānasūryamaṇḍalacittapradīpāni

สรฺวาณิ จ ตานิ จตุรศีติสฺตฺรีสหสฺราณฺยไววรฺติกานฺยนุตฺตรายํา สมฺยกฺสํโพเธา โพธิสตฺตฺวปารมิตานยาวตีรฺณานิ สรฺวโพธิสตฺตฺวศิกฺษาสุ อปรปฺรเณยานิ สรฺวคฺรหวิคตจิตานิ สรฺวสํสารรติวิรตมานสานิ อสงฺคธรฺมธาตุนยปริศุทฺธานิ สรฺวชฺญตาภิมุขจิตฺตเวคานิ สรฺวนิวรณาวรณชาลวิคตานิ สรฺวางฺคปถสมติกฺรานฺตานิ ธรฺมกายสุนิรฺมิตวิจาราณิ สรฺวโลกปริปากวินยาภิมุขานิ วิปุลปุณฺยสมุทฺรสํภูตจิตฺตานิ สมนฺตภทฺรโพธิสตฺตฺวจรฺยาปฺรณิธานนิรฺยาตานิ วิปุลโพธิสตฺตฺวพลเวคสํวรฺธิตานิ ชฺญานสูรฺยมณฺฑลจิตฺตปฺรทีปานิ๚

พวกนางทั้ง 84,000 นางนั้นเป็นผู้ไม่ถอยกลับจากอนุตตรสัมมาสัมโพธิ เป็นผู้ก้าวลงสู่โพธิสัตว์ปารมิตา เป็นผู้น้อมไปในโพธิสัตว์สิกขาโดยไม่ต้องมีผู้ชี้นำ มีใจไม่ติดข้อง(อยู่ในโลก) ไม่ยินดีพอใจในสังสารทั้งปวง มีความหมดจด (ใจ)อิสระกว้างขวางในธรรมธาตุ มีใจมุ่งมั่นต่อสรวัชญตา พ้นจากข่ายของนิวรณ์เครื่องขวางกันทั้งสิ้น หลุดพ้นจากวิถีทั้งปวง มีธรรมกายเป็นสมาธิสงบนิ่งตั้งมั่นดี มุ่งมั่นอบรมสั่งสอนชาวโลกให้แก่กล้า มีใจเกิดขึ้นด้วยสาครบุญไพบูลย์ บำเพ็ญสมันตภัทรโพธิสัตว์จรรยา มีโพธิสัตว์พละเกิดขึ้นเป็นไปกว้างขวาง และมีกำลังเร็วแรง มีญาณสว่างไสวเหมือนดวงอาทิตย์||

All 84,000 of them are those who have not backed down from Anuttarasammasambodhi. He is the one who has stepped into Bodhisattva Paramita. One who bows to Bodhisattva Sikhism without a guide. Having a mind that is not attached to (living in the world), not contented with all samsara, has a pure (mind) free and wide in the Dhamma elements. Have a committed heart towards Saravajyata. Free from the network of all hindrances. Free from all paths Having a Dhammakaya meditation that is calm and steady. Committed to teaching the world to be courageous A heart arises with Sakhon Bunpaiboon Practicing Samantabhadra Bodhisattva Ethics Bodhisattvas with great strength have arisen widely. and has fast power Has bright insight like the sun.||


10-11.ธรฺมกายปรินิษฺปนฺนาศฺจ dharmakāyapariniṣpannāśca
อลกฺษณธรฺมกายปรายณาศฺจ alakṣaṇadharmakāyaparāyaṇāśca
bodhisattvabhūmau ca pratiṣṭhitā bhavantisarvatathāgataviṣayaṃ ca saṃdarśayantisarvalokagatisamatikrāntāśca bhavantisarvalokagatiṣu copavicarantidharmakāyapariniṣpannāśca bhavantianantavarṇāṃśca rūpakāyānabhinirharantialakṣaṇadharmakāyaparāyaṇāśca bhavantisarvajagadvarṇasaṃsthānāṃśca kāyānādarśayantianabhilāpyāṃśca sarvadharmānavarantisarvavākpathaniruktyudāhāraiśca sattvānāṃ dharmaṃ deśayanti

โพธิสตฺตฺวภูเมา จ ปฺรติษฺฐิตา ภวนฺติฯ สรฺวตถาคตวิษยํ จ สํทรฺศยนฺติฯ สรฺวโลกคติสมติกฺรานฺตาศฺจ ภวนฺติฯ สรฺวโลกคติษุ โจปวิจรนฺติฯ ธรฺมกายปรินิษฺปนฺนาศฺจ ภวนฺติฯ อนนฺตวรฺณําศฺจ รูปกายานภินิรฺหรนฺติฯ อลกฺษณธรฺมกายปรายณาศฺจ ภวนฺติฯ สรฺวชคทฺวรฺณสํสฺถานําศฺจ กายานาทรฺศยนฺติฯ อนภิลาปฺยําศฺจ สรฺวธรฺมานวรนฺติฯ สรฺววากฺปถนิรุกฺตฺยุทาหาไรศฺจ สตฺตฺวานํา ธรฺมํ เทศยนฺติฯ

| เป็นผู้ตั้งมั่นอยู่ในโพธิสัตว์ภูมิ | แสดงตถาคตวิษัยทั้งปวงได้ | หลุดพ้นจากคติโลกทั้งปวง| และดำรงอยู่ในคติโลก |บรรลุเป็นธรรมกาย| แต่มีกายที่มีวรรณะแตกต่างนับอนันต์ | มีธรรมกายที่ปราศจากลักษณะเป็นที่พึ่งอาศัย | แต่ยังปรากฏด้วยกายที่มีรูปพรรณสัณฐานเหมือนชาวโลก | เข้าถึงสรรพธรรมทั้งหลายจำนวนอนภิลาปยะ| แสดงธรรมแก่สัตว์ทั้งหลายด้วยภาษาและโวหารทั้งปวง |

One who is firmly established in the bodhisattva realm | Can demonstrate all tathāgatas | Escape from all worldly thoughts | And live in worldly thoughts. |Attains Dhammakaya| But has a body with infinitely different castes | Has a Dhammakaya without characteristics as a refuge | But also appears with a body that has appearances similar to those of the world | Accesses all dhammas in an inphilapaya | Shows Dhamma to all beings through language and rhetoric |


12.ธรฺมกายสุวิศุทฺธานํา dharmakāyasuviśuddhānāṃ ธรรมกายอันบริสุทธิ์ดี
atha khalu sudhanasya śreṣṭhidārakasya māyāyā devyāḥ sakāśaṃ gamanābhimukhasya buddhagocaravicārajñānapratipannasya etadabhavat-kenopāyena mayā śakyaṃ sarvalokoccalitaṣaḍāyatanānāmapratiṣṭhitānāṃ kalyāṇamitrāṇāṃ sarvasaṅgasamatikrāntakāyānāmasaṅgagatigāminīpratipadāpratipannānāṃ dharmakāyasuviśuddhānāṃ kāyakarmamāyāsunirmitaśarīrāṇāṃ jñānamāyāgatalokavicārāṇāṃ praṇidhirūpakāyānāṃ buddhādhiṣṭhānamanomayaśarīrāṇāmanutpannāniruddhakāyānāmasatyāmṛṣakāyānāmasaṃkrāntavinaṣṭakāyā-
nāmasaṃbhavāvibhavakāyānām alakṣaṇaikalakṣaṇakāyānām
อถ ขลุ สุธนสฺย เศฺรษฺฐิทารกสฺย มายายา เทวฺยาะ สกาศํ คมนาภิมุขสฺย พุทฺธโคจรวิจารชฺญานปฺรติปนฺนสฺย เอตทภวตฺ-เกโนปาเยน มยา ศกฺยํ สรฺวโลโกจฺจลิตษฑายตนานามปฺรติษฺฐิตานํา กลฺยาณมิตฺราณํา สรฺวสงฺคสมติกฺรานฺตกายานามสงฺคคติคามินีปฺรติปทาปฺรติปนฺนานํา ธรฺมกายสุวิศุทฺธานํา กายกรฺมมายาสุนิรฺมิตศรีราณํา ชฺญานมายาคตโลกวิจาราณํา ปฺรณิธิรูปกายานํา พุทฺธาธิษฺฐานมโนมยศรีราณามนุตฺปนฺนานิรุทฺธกายานามสตฺยามฤษกายานามสํกฺรานฺตวินษฺฏกายา-
นามสํภวาวิภวกายานามฺ อลกฺษไณกลกฺษณกายานามฺฯ

ได้ยินว่าในกาลนั้น เมื่อสุธนเศรษฐีบุตร(เดินทาง)มุ่งหน้าไปยังที่อยู่ของพระนางมายาเทวี ขณะที่กำลัง(กำหนดสติ)ตามระลึกถึงพุทธโคจรอยู่ ขณะนั้นได้มีความคิดว่า “ด้วยอุบายอะไรหนอจะทำให้เราได้พบกับกัลยาณมิตร ได้เข้าไปอยู่เฉพาะหน้า เข้าไปสมาคมร่วมด้วย ได้เห็นกิริยาท่าทาง ได้ฟังเสียง ได้รู้ภาษาและสำเนียง และได้ฟังคำสอนของกัลยาณมิตรผู้มีอายตนะ 6[1] พ้นจากโลกทั้งปวง ผู้ไม่ติดอยู่ในที่อยู่ใด ผู้มีกายหลุดพ้นจากเครื่องเหนี่ยวรั้งทั้งปวง ผู้ดำเนินตามปฏิปทาของผู้ดำเนินไปสู่คติที่ไม่ติดข้อง ผู้มีธรรมกายบริสุทธิ์อย่างยิ่ง ผู้มีสรีระงดงามปรากฏด้วยมายาแห่งกายกรรม ผู้พิจารณาเห็นแจ้งโลกอันเป็นมายาญาณ ผู้มีปณิธานเป็นรูป ผู้ทำให้สรีระเกิดขึ้นด้วยการอธิษฐานพุทธานุภาพ ผู้มีกายที่ไม่เกิดไม่ดับ ผู้มีกายไม่จริงและไม่เท็จ ผู้มีกายที่ไม่ไปไม่กลับ ผู้มีกายไม่เจริญไม่เสื่อม ผู้มีกายที่มีลักษณะเดียวกับธรรมที่ไม่มีลักษณะ|

I heard that at that time When Suthana Setthibut (traveling) headed towards the residence of Queen Maya Devi. While concentrating (consciousness) on remembering the Buddha's orbit At that time he had an idea. “By what trick will we meet our friends? has entered only in front Join the association as well. See gestures, hear voices, know the language and accent. and listened to the teachings of the good friends who had the 6 senses free from all worlds. Those who are not stuck in any address A person whose body is free from all restraints One who follows the path of one who leads to the idea of being unattached. People with extremely pure Dhammakaya A person with a beautiful body appears through the illusion of acrobatics. One who contemplates and understands the world which is illusory. One who has an intention One who causes the body to arise by praying for Buddha power. Those who have a body that is not born and never dies A person whose body is neither true nor false A person with a body that does not go and does not return A person whose body does not grow or deteriorate One who has a body that has the same characteristics as the Dhamma that has no characteristics.|



[1] อายตนะภายใน ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ ibid., หน้า 236.


13.ธรฺมกายปรมศีตีภาโว dharmakāyaparamaśītībhāvo ธรรมกายที่สงบเย็นอย่างยิ่ง
ityevaṃprakāreṇa rūpeṇa sudhanaḥ śreṣṭhidārako māyādevīmadrākṣīdarūpeṇa rūpapratibhāsena avedanena rūpeṇa lokaduḥkhavedanāpraśāntiparameṇa, sarvasattvasaṃjñāgatoccālitena rūpeṇa parasattvasaṃjñāgatavijñaptena, anabhisaṃskāradharmatāniryātena rūpeṇa māyāgatakarmavinivṛttena, vijñānaviṣayasamatikrāntena rūpeṇa bodhisattvapraṇidhijñānasaṃbhavena, asvabhāvena rūpeṇa sarvajagadvākpathaparameṇa śarīreṇa, saṃsāre saṃtāpaniruddhena rūpeṇa dharmakāyaparamaśītībhāvopagatena yathāśayajagadrūpakāyasaṃdarśanīṃ sattvāśayavaśena sarvajagatsadṛśaṃ sarvajagadrūpakāyātirekaṃ rūpakāyaṃ saṃdarśayamānām

อิตฺเยวํปฺรกาเรณ รูเปณ สุธนะ เศฺรษฺฐิทารโก มายาเทวีมทฺรากฺษีทรูเปณ รูปปฺรติภาเสน อเวทเนน รูเปณ โลกทุะขเวทนาปฺรศานฺติปรเมณ, สรฺวสตฺตฺวสํชฺญาคโตจฺจาลิเตน รูเปณ ปรสตฺตฺวสํชฺญาคตวิชฺญปฺเตน, อนภิสํสฺการธรฺมตานิรฺยาเตน รูเปณ มายาคตกรฺมวินิวฤตฺเตน, วิชฺญานวิษยสมติกฺรานฺเตน รูเปณ โพธิสตฺตฺวปฺรณิธิชฺญานสํภเวน, อสฺวภาเวน รูเปณ สรฺวชคทฺวากฺปถปรเมณ ศรีเรณ, สํสาเร สํตาปนิรุทฺเธน รูเปณ ธรฺมกายปรมศีตีภาโวปคเตน ยถาศยชคทฺรูปกายสํทรฺศนีํ สตฺตฺวาศยวเศน สรฺวชคตฺสทฤศํ สรฺวชคทฺรูปกายาติเรกํ รูปกายํ สํทรฺศยมานามฺฯ

| ด้วยประการฉะนั้นสุธนเศรษฐีบุตร เห็นพระนางมายาเทวีผู้มีรูปอย่างนี้คือ มีรูปที่ไม่ใช่รูป เป็นภาพสะท้อนที่เป็นรูป ด้วยรูปที่ไม่ใช่เวทนา และมีทุกขเวทนาแบบชาวโลกสงบระงับแล้ว มีรูปที่อยู่นอกเหนือสัญญาของชาวโลก แต่รับรู้สัญญาของสัตว์อื่นได้ มีรูปที่เกิดขึ้นจากธรรมตาที่ไม่ถูกปรุงแต่ง และไม่ตกอยู่ในอำนาจของมายากรรม พ้นจากวิษัยของวิญญาณ และเกิดจากโพธิสัตว์ปณิธานญาณ มีรูปที่ไม่ใช่สวภาวะ มีสรีระที่อยู่นอกเหนือภาษาของชาวโลก มีรูปดับความเดือดร้อนในสังสาร เข้าถึงธรรมกายที่เป็นความเย็นยิ่ง ผู้มีรูปกายที่ชาวโลกจะเห็นได้ตามสภาวะของใจ คือย่อมปรากฏด้วยรูปกายเหมือนชาวโลกแต่งดงามยิ่งกว่ารูปกายของชาวโลกทั้งสิ้น|

| Therefore, Suthana Setthibut Saw Queen Maya Devi who had this form. There are pictures that are not pictures. It is a reflection of the image. With a picture that is not compassionate and the world's suffering has been calmed down There is an image that is beyond the promises of the world. but can recognize the promises of other animals There are forms that arise from unadulterated dharmata. and do not fall under the power of magic Free from the spirit's vision and arises from the bodhisattva's determination and wisdom There are pictures that are not conditions. There is a physiology that is beyond the language of the world. There is a form that extinguishes suffering in samsara. Access the Dhammakaya which is extremely cool. Someone who has a physical form that the world can see according to the state of his heart. That is, he appears with a body like that of worldly people, but is more beautiful than the body of all worldly people.|


14.อนุตฺตรธรฺมกาย  adharmakāya ธรรมกายอันยอดเยี่ยม
sarvabuddhakāyaviśuddhivimātratāvatīrṇāṃ sarvakṣetrasāgarapariśuddhipraṇidhānasamanvāgatāṃ sarvasattvadhātuvinayādhiṣṭhānaparyavasānapraṇidhānapariśuddhāṃ sarvatathāgataviṣayapūjāspharaṇacittāṃ sarvabodhisattvavikurvitavīryaniryātāmanuttaradharmakāyapariśuddhāmanantarūpakāyasaṃdarśanīṃ sarvamārabalapramardanīṃ vipulakuśalamūlabalopapannāṃ dharmabalasaṃjātabuddhibuddhabalāvabhāsapratilabdhāṃ sarvabodhisattvaśitābalapariniṣpannāṃ sarvajñatāvegabalasaṃjātāṃ
สรฺวพุทฺธกายวิศุทฺธิวิมาตฺรตาวตีรฺณํา สรฺวกฺเษตฺรสาครปริศุทฺธิปฺรณิธานสมนฺวาคตํา สรฺวสตฺตฺวธาตุวินยาธิษฺฐานปรฺยวสานปฺรณิธานปริศุทฺธํา สรฺวตถาคตวิษยปูชาสฺผรณจิตฺตํา สรฺวโพธิสตฺตฺววิกุรฺวิตวีรฺยนิรฺยาตามนุตฺตรธรฺมกายปริศุทฺธามนนฺตรูปกายสํทรฺศนีํ สรฺวมารพลปฺรมรฺทนีํ วิปุลกุศลมูลพโลปปนฺนํา ธรฺมพลสํชาตพุทฺธิพุทฺธพลาวภาสปฺรติลพฺธํา สรฺวโพธิสตฺตฺวศิตาพลปรินิษฺปนฺนํา สรฺวชฺญตาเวคพลสํชาตํา

เข้าถึงพุทธกายที่หมดจดทั้งมวล มีปณิธานที่จะทำสรรพเกษตรสาครให้มีความหมดจด มีอธิษฐานและปณิธานที่หมดจดในการสอนสรรพสัตว์ธาตุ มีใจเข้าถึงการบูชาตถาคตทั้งปวง เกิดขึ้นจากวีรยะที่เป็นโพธิสัตว์ปาฏิหาริย์ มีธรรมกายบริสุทธิ์หมดจดอย่างยิ่ง มีรูปกายที่ปรากฏได้นับอนันต์ สามารถย่ำยีมารและเสนามารทั้งปวง มีกุศลมูลไพศาลและมีกำลังมาก เข้าถึงโอภาสของธรรมพละ กำลังแห่งปัญญา(พุทธิพละ) กำลังแห่งพระพุทธเจ้า(พุทธพละ) และโพธิสัตว์พละสมบูรณ์ มีพละเกิดขึ้นเป็นไปเร็วแรงเพื่อความเป็นสรวัชญู

Access to the entire pure Buddha body Has the determination to make Sappakaset Sakhon clean. There is a prayer and a pure determination in teaching all sentient beings. Having a mind that understands all the worship of the Tathagata. It arises from Veeraya who is a miraculous Bodhisattva. Having an extremely pure Dhammakaya There are an infinite number of physical forms that can appear. Able to trample all demons and demons Has great merit and great strength. Access the opportunity of Dhammapala The power of wisdom (Buddhi power), the power of the Buddha (Buddhi power), and the bodhisattva with perfect strength. There is strength arising and going fast and strong for Saravajyu.

15.ธรฺมกายปริศุทฺไธ dharmakāyapariśuddhai ธรรมกายอันบริสุทิ์
samanantaraprādurbhūtasya ca mama kulaputra kāye bodhisattvagarbhāvāsabhavanavyūhaparibhogasya, atha tāvadeva bodhisattvaḥ sārdhaṃ daśabuddhakṣetraparamāṇurajaḥsamairbodhisattvairekapraṇidhānaiḥ sabhāgacaritairekakuśalamūlairekavyūhairekavimokṣavihāribhirekajñānabhūmisaṃvāsibhirekavikurvita-niryātairekapraṇidhānasamudāgatairekacaryāniryātairdharmakāyapariśuddhairanantamadhyarūpakāyādhiṣṭhānaiḥ samantabhadrabodhisattvacaryāpraṇidhivikurvitaniryātairnāgendragarbhamaṇikūṭāgāragataiḥ sāgaranāgarājapūrvaṃgamairaśītyā nāgendrasahasraiḥ sarvalokendrasahasraiścābhipūjyamāno mahatā bodhisattvavikurvitena sarvatuṣitabhavanacyutisaṃdarśanena ekaikasmāttuṣitabhavanāt sarvalokadhātuprasṛtacāturdvīpopapattipratilābhasaṃdarśanena acintyasattvaparipākopāyakauśalyānugatena pramattasarvasattvasaṃcodanena sarvābhiniveśoccālanena mahāraśmijālapramuñcanena sarvalokāndhakāravidhamanena sarvāpāyaduḥkhavyupaśamanena sarvanirayagatinivartanena sarvasattvapūrvakarmasaṃcodanena sarvasattvadhātuparitrāyaṇena sarvasattvābhimukhakāyasaṃdarśanena tuṣitabhavanāccyutvā sārdhaṃ saparivāreṇa mama kukṣau prāviśat
สมนนฺตรปฺราทุรฺภูตสฺย จ มม กุลปุตฺร กาเย โพธิสตฺตฺวครฺภาวาสภวนวฺยูหปริโภคสฺย, อถ ตาวเทว โพธิสตฺตฺวะ สารฺธํ ทศพุทฺธกฺเษตฺรปรมาณุรชะสไมรฺโพธิสตฺตฺไวเรกปฺรณิธาไนะ สภาคจริไตเรกกุศลมูไลเรกวฺยูไหเรกวิโมกฺษวิหาริภิเรกชฺญานภูมิสํวาสิภิเรกวิกุรฺวิต-นิรฺยาไตเรกปฺรณิธานสมุทาคไตเรกจรฺยานิรฺยาไตรฺธรฺมกายปริศุทฺไธรนนฺตมธฺยรูปกายาธิษฺฐาไนะ สมนฺตภทฺรโพธิสตฺตฺวจรฺยาปฺรณิธิวิกุรฺวิตนิรฺยาไตรฺนาเคนฺทฺรครฺภมณิกูฏาคารคไตะ สาครนาคราชปูรฺวํคไมรศีตฺยา นาเคนฺทฺรสหไสฺระ สรฺวโลเกนฺทฺรสหไสฺรศฺจาภิปูชฺยมาโน มหตา โพธิสตฺตฺววิกุรฺวิเตน สรฺวตุษิตภวนจฺยุติสํทรฺศเนน เอไกกสฺมาตฺตุษิตภวนาตฺ สรฺวโลกธาตุปฺรสฤตจาตุรฺทฺวีโปปปตฺติปฺรติลาภสํทรฺศเนน อจินฺตฺยสตฺตฺวปริปาโกปายเกาศลฺยานุคเตน ปฺรมตฺตสรฺวสตฺตฺวสํโจทเนน สรฺวาภินิเวโศจฺจาลเนน มหารศฺมิชาลปฺรมุญฺจเนน สรฺวโลกานฺธการวิธมเนน สรฺวาปายทุะขวฺยุปศมเนน สรฺวนิรยคตินิวรฺตเนน สรฺวสตฺตฺวปูรฺวกรฺมสํโจทเนน สรฺวสตฺตฺวธาตุปริตฺรายเณน สรฺวสตฺตฺวาภิมุขกายสํทรฺศเนน ตุษิตภวนาจฺจฺยุตฺวา สารฺธํ สปริวาเรณ มม กุกฺเษา ปฺราวิศตฺ๚

ดูก่อนกุลบุตร เมื่อวยูหะเครื่องใช้สอยในอาวาสและภพเป็นที่อยู่ของโพธิสัตว์ครรภ์ปรากฏขึ้นในกายของเรา คราวนั้นพระโพธิสัตว์พร้อมด้วยพระโพธิสัตว์จำนวนมากเท่ากับฝุ่นในพุทธเกษตรทั้งสิบ ที่มีปณิธานเป็นอันเดียวกัน มีได้บำเพ็ญจรรยาเหมือนกัน มีกุศลมูลเป็นอย่างเดียวกัน มีวยูหะเหมือนกัน มีวิโมกข์วิหารเหมือนกัน อยู่ในภูมิญาณเดียวกัน เกิดจากอานุภาพปาฏิหาริย์เหมือนกัน เกิดขึ้นด้วยปณิธานอย่างเดียวกัน มีจรรยาเกิดขึ้นเหมือนกัน มีธรรมกายบริสุทธิ์หมดจดเหมือนกัน มีรูปกายที่เกิดขึ้นได้มากมายหาที่สุดและท่ามกลางไม่ได้เหมือนกัน มีปาฏิหาริย์ของสมันตภัทรโพธิสัตว์จรรยาปณิธานเกิดขึ้นเหมือนกัน ได้รับการบูชาจากสาครนาคราชผู้อยู่ในกูฏาคารที่ทำด้วยแก้วนาเคนทรครรภ์ มีนาคบริวารแปดหมื่นตน ผู้เป็นใหญ่ในโลกหลายพันกำลังบูชาอยู่ เคลื่อนจากดุษิตเทวภพแล้ว แล้วเข้าสู่ท้องของเราพร้อมด้วยบริวาร ด้วยโพธิสัตว์ปาฏิหาริย์ยิ่งใหญ่ แสดงการจุติจากดุสิตเทวภพ แล้วแสดงการอุบัติในทวีปสี่ที่อยู่ในโลกธาตุในเครือเดียวกันทั้งหมด มีอุปายโกศลในการอบรมสั่งสอนสัตว์อจินไตย กระตุ้นเตือนสรรพสัตว์ผู้มีความประมาท ชักจูงให้ออกจากความยึดถือมั่น เปล่งมหารัศมีชาลา กำจัดความมืดมนอนธการของโลกทั้งสิ้น เข้าไปสงบทุกข์จากอบายทั้งปวง ให้ละทางไปสู่นรกทั้งปวง ตักเตือนสรรพสัตว์ให้ระลึกถึงบุพกรรม ช่วยเหลือสัตว์ธาตุทั้งหมด ปรากฏกายให้เห็นต่อหน้าสรรพสัตว์||

Look, my dear son. When the utensils of the monastery and the world in which the bodhisattva resides appear in my body. At that time the Bodhisattva along with Bodhisattvas were as numerous as the dust in the ten Buddhist fields. with the same determination They have practiced the same ethics. There is the same merit. There is the same way. There is also Vimokkha Viharn. living in the same spirit Born from the same miraculous power It happened with the same determination. Ethics also occur. They have the same pure and pure Dhammakaya. There are many physical forms that can occur, the ultimate and the middle cannot be the same. There is also a miracle of Samantabhadra Bodhisattva Ethics Paanidhana occurring. Worshiped by Sakon Nagara who resides in a kutthakara made from Naganakarat glass. There were eighty thousand retinue of Nagas. Thousands of world greats are worshiping. Moved from Dusita Devaphop then enters my belly with my followers With the great miraculous Bodhisattva Showing the rebirth from Dusit Devaphop Then show the emergence in the four continents that are all in the same elemental world. There is an upāya kosala in the training and teaching of imaginary beings. Stimulate and warn sentient beings who are careless. induce one to leave one's attachment Spread the great radiance of Shala Eliminate all darkness and darkness of the world. Enter the peace of suffering from all evil. Let go of all paths to hell. Remind all beings to remember their deeds. Help all elemental animals Appearing in front of all living beings||


16.อตฺยนฺตปริศุทฺโธ ธรฺมกายะ atyantapariśuddho dharmakāyaḥ ธรรมกายที่มีความบริสุทธิ์หาที่สุดไม่ได้
tena mayā kulaputra anena evaṃrūpeṇa saṃbhārabalena mūlahetūpacayabalena udārādhimuktibalena guṇapratipattibalena sarvadharmayathāvannidhyaptibalena prajñācakṣurbalena tathāgatādhiṣṭhānabalena mahāpraṇidhānabalena mahākaruṇābalena supariśodhitābhijñābalena kalyāṇamitraparigrahabalena atyantapariśuddho dharmakāyaḥ pratilabdhaḥ sarvatryadhvāsaṃbhinnaḥanuttaraśca rūpakāyaḥ pariśodhitaḥ sarvalokābhudgataḥ sarvajagadyathāśayavijñapanaḥ sarvatrānugataḥ sarvabuddhakṣetraprasṛtaḥ samantapratiṣṭhānaḥ sarvataḥ sarvavikurvitasaṃdarśanaḥ sarvajagadabhilakṣaṇīyaḥ

เตน มยา กุลปุตฺร อเนน เอวํรูเปณ สํภารพเลน มูลเหตูปจยพเลน อุทาราธิมุกฺติพเลน คุณปฺรติปตฺติพเลน สรฺวธรฺมยถาวนฺนิธฺยปฺติพเลน ปฺรชฺญาจกฺษุรฺพเลน ตถาคตาธิษฺฐานพเลน มหาปฺรณิธานพเลน มหากรุณาพเลน สุปริโศธิตาภิชฺญาพเลน กลฺยาณมิตฺรปริคฺรหพเลน อตฺยนฺตปริศุทฺโธ ธรฺมกายะ ปฺรติลพฺธะ สรฺวตฺรฺยธฺวาสํภินฺนะฯ อนุตฺตรศฺจ รูปกายะ ปริโศธิตะ สรฺวโลกาภุทฺคตะ สรฺวชคทฺยถาศยวิชฺญปนะ สรฺวตฺรานุคตะ สรฺวพุทฺธกฺเษตฺรปฺรสฤตะ สมนฺตปฺรติษฺฐานะ สรฺวตะ สรฺววิกุรฺวิตสํทรฺศนะ สรฺวชคทภิลกฺษณียะฯ

ดูก่อนกุลบุตร ด้วยกำลังสัมภาระ กำลังแห่ง(กุศล)มูลอันเป็นเหตุ(ของปาฏิหาริย์นี้)ที่ได้สั่งสมไว้ดีแล้ว กำลังแห่งอธิมุกติอันไพบูลย์ กำลังแห่งคุณ(อันเกิดจาก)การปฏิบัติ กำลังแห่งใจที่หยุดนิ่งตั้งมั่นเป็นสมาธิในสรรพธรรม กำลังแห่งปรัชญาจักษุ กำลังแห่งใจที่ดำรงมั่นอยู่กับพระตถาคต กำลังแห่งปณิธาน กำลังแห่งมหากรุณา กำลังแห่งอภิชญาอันหมดจดยิ่ง กำลังแห่งการได้กัลยาณมิตรช่วยส่งเสริม ทำให้เราได้บรรลุธรรมกายที่มีความบริสุทธิ์อย่างยิ่ง (ธรรมกาย)ที่เป็นอดีต อนาคต ปัจจุบัน เกิดขึ้นต่อเนื่องไม่ขาดสาย เป็นเหตุทำให้เรามีรูปกายที่ประเสริฐ มีความบริสุทธิ์ และอยู่เหนือโลกทั้งปวง (เรา)ย่อมปรากฏให้ชาวโลกได้รู้และได้เห็นตามสภาวะใจของพวกเขา (เราปรากฏ)อยู่ในทุกที่ทุกเวลา ในพุทธเกษตรทั้งปวงที่มีอยู่ในทุกทิศโดยรอบ (เรา)แสดงปาฏิหาริย์ให้ปรากฏโดยประการที่ชาวโลกทั้งหลายจะพึงเห็นได้(ตามสภาวะใจ)| ดูก่อนกุลบุตร ท่านจงพิจารณาดูอัตภาพของเรานี้เถิด (อัตภาพ)นี้เป็นอยู่ได้ตลอดอนันตกัป เป็นกายที่เกิดขึ้นได้ยากแม้ตลอดหลายแสนโกฏินยุตะกัป และปรากฏให้เห็นได้ยากยิ่ง|

Look, young man. by baggage The power of the (merit) roots that are the cause (of this miracle) has been well accumulated. The power of the abundant adhimukti Your strength (resulting from) practice The strength of the mind that is still and steadfast in concentration on all things. The power of the philosophy of the eye The strength of the heart that is firmly established in the Tathagata. strength of determination Power of great kindness The power of pure Abhidhāya The power of having good friends helps to promote It allows us to attain the Dhammakaya which is extremely pure. (Dhammakaya) which is the past, future, present, continuously occurring without interruption. It causes us to have a noble physical appearance. pure and is above all worlds (We) appear for the world to know and see according to their state of mind. (We appear) everywhere, every time. In all the Buddhist agriculture that exists in every direction around (I) show the miracle in such a way that the people of the world can see it (according to the state of mind)| Look, good sir. Please consider this nature of mine. This (self) can last forever. It is a body that is difficult to arise even throughout hundreds of thousands of kotinyuta kalpas. and appears very difficult|


ธรรมสรีระ (ธรรมกาย) 9 แห่ง

1.ธรฺมศรีรวิศุทฺธิํ ธรรมสรีระ(ธรรมกาย) อันบริสุทธิ์
dhyānapāramitāsaṃprakāśanatayā dharmaśarīraviśuddhiṃ paridīpayāmi| prajñāpāramitāsaṃprakāśanatayā sarvajagadabhimukhabuddhātmabhāvaviśuddhiṃ paridīpayāmi|
ธฺยานปารมิตาสํปฺรกาศนตยา ธรฺมศรีรวิศุทฺธิํ ปริทีปยามิฯ ปฺรชฺญาปารมิตาสํปฺรกาศนตยา สรฺวชคทภิมุขพุทฺธาตฺมภาววิศุทฺธิํ ปริทีปยามิฯ

เราแสดงเหตุแห่งการได้อัตภาพของพระตถาคตที่สว่างไสวปราศจากสิ่งครอบงำได้และอยู่เหนือสรรพสิ่ง กล่าวคือ ธยานปารมิตา เราแสดงเหตุแห่งการได้ธรรมสรีระ(ธรรมกาย)อันบริสุทธิ์ กล่าวคือ ปรัชญาปารมิตา เราแสดงเหตุแห่งการทำอัตภาพของพระพุทธเจ้าอันบริสุทธิ์ให้ปรากฏแก่ชาวโลก กล่าวคือ อุปายเกาศัลยปารมิตา เราแสดงสรีระอันบริสุทธิ์(ที่อยู่)ในใจของชาวโลกตลอดกัปทั้งปวง กล่าวคือ ปณิธานปารมิตา

We show the cause of attaining the Tathagata's self that is bright, free from influence and beyond all things, that is, Dhyana-paramita. We show the cause of attaining pure Dhamma body (Dhammakaya), that is, Prajna-paramita. We show the cause of making the pure Buddha identity visible to the world, that is, upāyakaosalyapāramitā. I express my pure body (dwelling) in the hearts of the world throughout all eternity, that is, paidāna paramita. 


2.ธรฺมศรีรปริชฺญานตฺวาตฺ กำหนดรู้ ธรรมสรีระ(ธรรมกาย)
| sarvatathāgatān paśyāmi, na ca manye dharmaśarīraparijñānatvāt| sarvatathāgatadharmacakrāṇi ca saṃghārayāmi, na ca manye dharmasvabhāvānubuddhatvāt|
สรฺวตถาคตานฺ ปศฺยามิ, น จ มนฺเย ธรฺมศรีรปริชฺญานตฺวาตฺฯ สรฺวตถาคตธรฺมจกฺราณิ จ สํฆารยามิ, น จ มนฺเย ธรฺมสฺวภาวานุพุทฺธตฺวาตฺฯ ปฺรติจิตฺตกฺษณํ สรฺวธรฺมธาตุํ สฺผรามิ, น จ มนฺเย มายาคตธรฺมตาวพุทฺธตฺวาตฺฯ

| เราได้เห็นตถาคตทั้งปวงและไม่ได้คิดคำนึง(ให้เห็น)เพราะความรู้แจ้งธรรมสรีระ(ธรรมกาย)| เราย่อมทรงไว้ซึ่งธรรมจักรของพระตถาคตเจ้าทุกพระองค์ และเราไม่ต้องจินตนาการให้เกิดขึ้นเพราะได้ทำธรรมสภาวะให้แจ้งแล้ว | เราย่อมเข้าสู่ธรรมธาตุทั้งปวงได้ทุกขณะจิตและเราไม่ต้องคิดคำนึงเพราะรู้แจ้งธรรมตาที่อยู่ในมายา|

| I have seen all the Tathagatas and have not thought about them because of the knowledge and knowledge of the Dhamma body (Dhammakaya). And we don't have to imagine it because we have made the Dhamma state known. | We can enter all the Dhamma elements every moment of our minds and we don't have to think about it because we know and understand the Dhamma view that is in Maya.|


3.ธรฺมศรีร ธรรมสรีระ(ธรรมกาย)
atyantavijvara praśāntā dharmaśarīra advayaviśuddhā|
dvayāniśritaṃ jagaśeṣaṃ nirmitameghagarjana vinesi||3||
อตฺยนฺตวิชฺวร ปฺรศานฺตา ธรฺมศรีร อทฺวยวิศุทฺธาฯ
ทฺวยานิศฺริตํ ชคเศษํ นิรฺมิตเมฆครฺชน วิเนสิ๚๓๚

ธรรมสรีระ(ธรรมกาย)ของท่านสว่างไสวรุ่งเรืองหาที่สุดไม่ได้ เป็นกายที่มีความสงบยิ่ง เป็นกายไม่มีความเสื่อม เป็นกายที่หมดจด ท่านแนะนำชาวโลกที่ยังติดอยู่ในธรรมที่มีความเสื่อมด้วยเสียงของกายที่ท่านเนรมิตให้เกิดขึ้นจำนวนมาก||

Your Dhamma body (Dhammakaya) is infinitely bright and prosperous. It is a very peaceful body. The body has no deterioration. It is a pure body. He advises the people of the world who are still stuck in the Dhamma that has degenerated with the sound of the body that he has created in large numbers.||


4.สรฺวธรฺมศรีร ธรรมสรีระ(ธรรมกาย) ทั้งหมด
amogha eṣa vimokṣaḥ sarvadharmaśarīrādvayasamudācāratvāt| anutpanna eṣa vimokṣo māyopamasamudācāratvāt|
อโมฆ เอษ วิโมกฺษะ สรฺวธรฺมศรีราทฺวยสมุทาจารตฺวาตฺฯ อนุตฺปนฺน เอษ วิโมกฺโษ มาโยปมสมุทาจารตฺวาตฺฯ

| วิโมกข์นี้มีอยู่โดยรอบ เพราะรวมเอาปาฏิหาริย์ทั้งปวงไว้ด้วยวัตถุที่ตั้งแห่งอารมณ์อย่างเดียว| วิโมกข์นี้ไม่เป็นโมฆะเพราะเป็นธรรมสรีระ(ธรรมกาย)ที่มีธรรมชาติเป็นธรรมเอก(อัทวยธรรม)| วิโมกข์นี้เป็นสภาวะที่ไม่มีการเกิด(อนุตปันนา)เพราะเป็นเสมือนมายาธรรม| วิโมกข์นี้เปรียบเหมือนภาพสะท้อน เพราะเป็นการสะท้อนภาพของปณิธานของสรวัชญตา|

| This vimokkha is not void because it is a dhamma body (dhammakaya) that has a nature as the primary dhamma (adhayadhamma). | This vimokkha is a state where there is no birth (anutapanna) because it is like an illusory dhamma.|


5.ธรฺมศรีรครฺภะ ที่อยู่ของธรรมสรีระ(ธรรมกาย)
kāyo hi te dharmaśarīragarbhaḥ
cittaṃ ca te jñānamayaṃ asaṅgam|
samantaobhāsaprabhāsitā tva-
māloku loke janayasyanantam||16||
กาโย หิ เต ธรฺมศรีรครฺภะ
จิตฺตํ จ เต ชฺญานมยํ อสงฺคมฺฯ
สมนฺตโอภาสปฺรภาสิตา ตฺว-
มาโลกุ โลเก ชนยสฺยนนฺตมฺ๚๑๖๚

    กายของท่านเป็นที่เกิดขึ้นของธรรมสรีระ(ธรรมกาย) และใจของท่านเกิดขึ้นจากญาณทำให้รู้แจ้งแทงตลอด(สภาวะที่แท้จริงของ)สรรพสิ่งโดยติดข้อง มีความสว่างไสวทั่วทิศโดยรอบ ท่านเป็นแสงสว่างของชาวโลกหาที่สุดไม่ได้||

                Your body is the arising of the Dhamma body (Dhammakaya) and your mind arises from the knowledge that makes you aware of the true nature of all things by being connected. There was brightness in all directions. You are the infinite light of the world.||


6.ธรฺมศรีรนิทรฺศนกายํา ธรรมสรีระ(ธรรมกาย)
sarvajagattamovikiraṇadharmapradīpālokasamantapramuktāvabhāsasaṃdarśanakāyāṃ māyāgatadharmanirmalajñānaśarīranidarśanakāyāṃ vigatatamorajodharmaśarīranidarśanakāyāṃ māyāgatadharmatānirjātakāyāṃ dharmatāprativibuddhāndhakāracittāṃ samamukhajñānālokāvabhāsapratilabdhān atyantanirjvaraniḥsaṃtāpamanaḥśarīrāṃ dharmakāyābhedyasāravatīdhātuniryātām apratiṣṭhitatathāgatādhiṣṭhānaprakṛtyasaṃkliṣṭasvabhāvanirmaladharmatāśarīraviśuddhakāyām|
สรฺวชคตฺตโมวิกิรณธรฺมปฺรทีปาโลกสมนฺตปฺรมุกฺตาวภาสสํทรฺศนกายํา มายาคตธรฺมนิรฺมลชฺญานศรีรนิทรฺศนกายํา วิคตตโมรโชธรฺมศรีรนิทรฺศนกายํา มายาคตธรฺมตานิรฺชาตกายํา ธรฺมตาปฺรติวิพุทฺธานฺธการจิตฺตํา สมมุขชฺญานาโลกาวภาสปฺรติลพฺธานฺ อตฺยนฺตนิรฺชฺวรนิะสํตาปมนะศรีรํา ธรฺมกายาเภทฺยสารวตีธาตุนิรฺยาตามฺ อปฺรติษฺฐิตตถาคตาธิษฺฐานปฺรกฤตฺยสํกฺลิษฺฏสฺวภาวนิรฺมลธรฺมตาศรีรวิศุทฺธกายามฺฯ

กายของนางปรากฏให้เห็นรัศมีส่องสว่างไปในทิศโดยรอบเพื่อเป็นดุจแสงประทีปธรรมทำลายความมืดให้กับชาวโลก กายของนางปรากฏให้เห็นเป็นญาณสรีระที่หมดจดบริสุทธิ์เป็นมายาธรรม กายของนางปรากฏเป็นธรรมสรีระ(ธรรมกาย)ที่บริสุทธิ์ ผ่องใส ปราศจากมลทิน กายของนางเกิดจากมายาธรรมตา ใจของนางแทงตลอดธรรมตา สว่างไสวด้วยญาณอาโลกที่ส่องสว่างไปในทิศรอบด้าน กายและใจของนางเทพธิดานั้นหลุดพ้นจากความขัดเคืองและความเดือดร้อน ราตรีเทวดานี้เกิดด้วยธรรมกายที่มีเป็นอยู่ในโลกที่ไม่มีสิ่งใดทำลายได้และเป็นธาตุจริงแท้[342]สรีรกายของนางบริสุทธิ์ผ่องแผ้วเพราะมีธรรมตาที่มีธรรมชาติบริสุทธิ์ เป็นธรรมชาติปราศจากกิเลส เกิดขึ้นและเป็นไปอยู่ ตั้งมั่น เกิดขึ้นจากการได้เข้าถึงตถตา[1]ที่เป็นอิสระไม่ติดข้องในสรรพธรรม(ที่เป็นโลกียะ)

Her body appeared as a pure and pure physical perception, an illusion of Dhamma. Her body appeared as the Dhamma body (Dhammakaya) that was pure, bright, and free from blemishes. Her body was born from the illusion of the Dhamma eye. Her heart pierced throughout Dharmata. Illuminated by the knowledge of the world that shines in all directions. The goddess' body and mind were freed from irritation and suffering. This night angel was born from a Dhammakaya existing in the world that cannot be destroyed and is a true element. [342] Her body is pure and bright because she has Dhamma eyes that have a pure nature. It is natural and free from passion. It arises and continues to be established. It arises from reaching the Tathāta. That is free, not entangled in all things (mundane).



[1] ความจริงสูงสุด (Reality) ความเป็นอย่างนั้น (Suchness) ความเป็นเหมือนอย่างนั้นJikido Takasakiอธิบายว่า ธรรมชาติ หรือลักษณะที่แท้จริงของสรรพธรรมคือ สุญญตา (ศูนยตา หรือ นิะสวภาวt) ได้แก่ ปฏิจจสมุปปาท เป็นธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้ และทรงสั่งสอนให้ชาวพุทธเข้าถึงลักษณะความจริงแท้นี้นั่นเอง เรียกว่า อริยสัจ 4 กล่าวโดยสรุป ตถตา คือ สุญญตา หรือ ปฏิจจสมุปปาท หรือ อริยสัจ และยังมีคำที่ใช้ในความหมายเดียวกันอีก เช่น ธรรมตา ตัตตวัสยะ ลักษณะ ภูตโกฏิ สวภาวะ ประกฤติ ธาตุ ดูเพิ่มใน Jikido Takasaki, "Dharmatā dharmadhātu Dharmakāya and Buddhadhātu-Structure of the Ultimate Value in Mahāyāna Buddhism.", p.p. 918-920. และ Chandradhar Sharma, Indian Philosophy: A Critical Survey (U.S.A: Barnes&Noble, Inc., 1962)., p.p. 72-73.


7.ตถาคตธรฺมศรีรํ ธรรมสรีระ(ธรรมกาย) ของพระตถาคต
vairocanaprabhaṃ ca nāma cakṣuḥ pratilebhe, yena tathāgatadharmaśarīraṃ vyavalokayati| viśuddhagatiṃ ca nāma cakṣuḥ pratilebhe, yenācintyāṃ tathāgatarūpakāyapariniṣpattiṃ vyavalokayati|
ไวโรจนปฺรภํ จ นาม จกฺษุะ ปฺรติเลเภ, เยน ตถาคตธรฺมศรีรํ วฺยวโลกยติฯ วิศุทฺธคติํ จ นาม จกฺษุะ ปฺรติเลเภ, เยนาจินฺตฺยํา ตถาคตรูปกายปรินิษฺปตฺติํ วฺยวโลกยติฯ

| ได้บรรลุจักษุชื่อ ไวโรจนประภะ ทำให้เขาเห็นแจ้งธรรมสรีระ(ธรรมกาย)ของพระตถาคต| ได้บรรลุจักษุชื่อ วิศุทธคติ ทำให้เขาเห็นแจ้งความสมบูรณ์ของรูปกายของพระตถาคต |ได้บรรลุจักษุชื่อ สมันตประภะ เกิดขึ้นเขาได้เห็นแจ้งความสมบูรณ์ของรูปกายอันเป็นอจินไตยของพระตถาคต | ได้จักษุชื่อ อสังคประภะ เขาได้เห็นโลกธาตุที่เกิดขึ้นในกระแสสาครเกษตรทั้งหมด|

| He attained the eye named Vairocanaprabhā, enabling him to see the Dhamma body (Dhammakaya) of the Tathagata. | He attained the eye named Visuddhakāti, enabling him to see the perfection of the Tathagata's physical form. Having attained the eye named Samantaprabha, he saw the perfection of the imaginary form of the Tathagata. | Having attained the eye named Asangaprabha, he saw the world-element that arises in all streams of sakāra.|


8.ธรฺมศรีรุ ธรรมสรีระ(ธรรมกาย)
dharmaśarīru mamātiviśuddhaṃ
sarvatriyadhvasamantasthitānām|
rūpaśarīru yathāśaya sattvāḥ
paśyiṣu teṣvadhimuktibalena||13||
ธรฺมศรีรุ มมาติวิศุทฺธํ
สรฺวตฺริยธฺวสมนฺตสฺถิตานามฺฯ
รูปศรีรุ ยถาศย สตฺตฺวาะ
ปศฺยิษุ เตษฺวธิมุกฺติพเลน๚๑๓๚

ธรรมกายของข้าพเจ้าบริสุทธิ์ยิ่งนัก

ดำรงอยู่ทั่วทุกแห่งหน

สรรพสัตว์เห็นรูปกายฉันใด

ขอให้บรรลุวิมุตติด้วยกำลังญาณนั้น

My Dharma-body is exceedingly pure,

existing throughout all beings everywhere.

Just as sentient beings view their physical forms,

may they attain liberation by the strength of that insight.


9.ธรฺมศรีรุ ธรรมสรีระ(ธรรมกาย)
dharmaśarīru tavātiviśuddhaṃ
sarvatriyadhvasamaṃ avikalpam|
yatra samosari loka aśeṣaḥ
saṃbhavate'tha vibhoti asaṅgam||23||
ธรฺมศรีรุ ตวาติวิศุทฺธํ
สรฺวตฺริยธฺวสมํ อวิกลฺปมฺฯ
ยตฺร สโมสริ โลก อเศษะ
สํภวเต'ถ วิโภติ อสงฺคมฺ๚๒๓๚

กายธรรมของท่านบริสุทธิ์อย่างยิ่ง

ไม่แตกต่างและอยู่เหนือความเป็นคู่ทั้งหมด

ซึ่งรวมถึงโลกที่ไร้ขอบเขตทั้งหมด

และถึงกระนั้นก็ยังคงไม่ถูกผูกมัดและไม่ถูกพันธนาการ ||23||

Your dharma body is extremely pure,

undifferentiated and beyond all dualities,

wherein the entire boundless world is included,

and yet it remains unattached and unfettered. ||23||

tathā hi ariyapuggalā satthārā diṭṭhadhammassa paccakkhakaraṇato satthu dhammasarīrena avirahitāva honti। yathāha āyasmā piṅgiyo 
ตถา หิ อริยปุคฺคลา สตฺถารา ทิฏฺฐธมฺมสฺส ปจฺจกฺขกรณโต สตฺถุ ธมฺมสรีเรน อวิรหิตาว โหนฺติฯ ยถาห อายสฺมา ปิงฺคิโย
จริงอย่างนั้น อริยบุคคลทั้งหลาย เป็นผู้ไม่อยู่ปราศจากด้วยธรรมสรีระของพระศาสดา เพราะกระทำธรรมที่ประศาสดาทรงเห็นแล้ว โดยประจักษ์ฯ เหมือนที่ท่านปิงคิยผู้มีอายุ กล่าวว่า
‘‘passāmi naṃ manasā cakkhunāva,
rattindivaṃ brāhmaṇa appamatto;
namassamāno vivasemi rattiṃ,
teneva maññāmi avippavāsaṃ।
‘‘ปสฺสามิ นํ มนสา จกฺขุนาว,
รตฺตินฺทิวํ พฺราหฺมณ อปฺปมตฺโต;
นมสฺสมาโน วิวเสมิ รตฺติํ,
เตเนว มญฺญามิ อวิปฺปวาสํฯ
            ท่านพราหมณ์ อาตมาไม่ประมาท ทั้งกลางคืนกลางวัน เห็นอยู่ซึ่งพระพุทธเจ้า
            ผู้โคดมพระองค์นั้นด้วยใจ เหมือนเห็นด้วยจักษุ ฉะนั้น อาตมานมัสการอยู่ซึ่ง
            พระพุทธเจ้าผู้โคดมพระองค์นั้นตลอดราตรี

            อาตมา มาสำคัญความไม่อยู่ปราศจากพระพุทธเจ้าผู้โคดมพระองค์นั้น ด้วยความไม่ประมาทนั้น.

และที่ท่านกล่าวไว้ในฎีกาวินัยชื่อ สารัตถทีปนีว่า
"พระอริยบุคคลทั้งหลาย ย่อมเป็นผู้ไม่ละเว้นไปจาก ธรรมสรีระ (กายแห่งธรรม) ของพระศาสดา เพราะกระทำพระธรรม (ธรรมกาย) ที่พระศาสดาทรงเห็นแล้วให้ประจักษ์แก่ตนเอง(ด้วยปัญญาจักษุ) ฯ"

ความหมาย ธรรมสรีระ และร่างแห่งธรรม (ธรฺมศรีร)
1.ธรรมสรีระ : น. ร่างหรือที่บรรจุธรรม, เจดีย์ศักดิ์สิทธิ์.
2.ธมฺมกาโย [ธมฺมตนุ (สี. ปี. ก.)], มม สํวทฺธิโต ตยาฯ.
dhammakāyo [dhammatanu (sī. pī. ka.)], mama saṃvaddhito tayā।.
3.พุทฺธูปสญฺหิตา ปน พุทฺธานํ ธมฺมสรีรํ อารพฺภ นิสฺสยํ กตฺวา ปวตฺติตาติ อาห ''ธมฺโม อรหตาํ อิวา''ติฯ 
buddhūpasañhitā pana buddhānaṃ dhammasarīraṃ ārabbha nissayaṃ katvā pavattitāti āha ''dhammo arahatāṃ ivā''ti।
4.เอตฺตาวตา เจตฺถ เอวมฺเม สุตนฺติ วจเนน ยถาสุตํ ยถาปริยตฺตํ ธมฺมํ เทเสนฺโต ปจฺจกฺขํ กตฺวา ภควโต ธมฺมสรีรํ ปกาเสติ
ettāvatā cettha evamme sutanti vacanena yathāsutaṃ yathāpariyattaṃ dhammaṃ desento paccakkhaṃ katvā bhagavato dhammasarīraṃ pakāseti
5.ร่างแห่งธรรม (ธรฺมศรีร) ปรากฏขึ้นในกายแห่งพุทธะ (พุทฺธาศฺรย) ทั้งหลาย แสงสว่างจากพระสรีรกายและพระธรรมสรีระ แผ่ขยายครอบคลุมไปทั้งโลก
+ + + พุทฺธาศฺรเยษุ  buddhāśrayeṣu
ธรฺมศรีรํ ทฤศฺยเต /  dharmaśarīraṃ dṛśyate /
ตชฺชนฺมธรฺมศรีรนิะสฤตาภิะ  tajjanmadharmaśarīraniḥsṛtābhiḥ
ปฺรภาภิรฺ โลกํ สฺผริตฺวา ติษฺฐนฺติ /  prabhābhir lokaṃ spharitvā tiṣṭhanti /
(ที่มา http://ebook.dmc.tv/new/download-pdf.php?file=Dhammakaya-evidence-for-vchakran.pdf)

ที่มา

SHARE

Author: verified_user

1 ความคิดเห็น: